Follow my soul ,, ♥

เขียนไปเท่าที่ใจอยาก

► Nippon’10 Day01 :: การเดินทางที่แสนยาวไกล April 24, 2010

,, 9 เมษายน 2010

เป็นวันที่เราตกลงกันเป็นวันเริ่มเดินทางสำหรับทริปนี้ค่ะ
ด้วยความที่ตามหลักการแล้วเราควรจะไปถึงญี่ปุ่นตอนเช้า (นอนบนเครื่องบิน เพื่อประหยัดค่าโรงแรม)
เราจึงจะต้องออกเดินทางจากประเทศไทยในตอนดึกๆ หรือค่ำๆ (ไทย-ญี่ปุ่น เดินทาง 6 ชั่วโมง)
แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่าทริปนี้จองกันกระทันหันม๊ากมาก ไฟล์ทที่ได้จึงเป็นไฟล์ททรานสิทที่มาเลเซีย
เพราะฉะนั้นต้องบวกเวลาทรานสิท และเวลาบินที่นานขึ้น (ไทย-มาเล 2ชม. + ทรานสิท + มาเล-ญี่ปุ่น 7 ชม.)
ทำให้ไฟล์ที่จอง จะออกจากประเทศไทยตอน 5 โมงเย็น แล้วก็จะไปถึงที่นาริตะ 7 โมงเช้าพอดิบพอดี

ขนาดออกจากบ้านตั้งแต่เที่ยงนิดๆ ยังไปถึงสนามบินได้เฉียดเส้นตายสุดๆ
นี่ขับรถหลบไปตั้งหลายเส้น แต่ก็ดั๊นไปเจ๊อะกับคุณเสื้อแดง ปิดถนนอี๊กกกก
อยากจะร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด สวดมนต์ไปตลอดทาง ถ้าตกเครื่องจะทำไงเล่า!!!!
แต่สุดท้ายก็มาทันเวลาจนได้ สงสารคนมาส่งที่จะต้องพจญรถติดตอนขากลับอีก -*-

มาถึงเคาท์เตอร์เชคอินด้วยความประหลาดใจสุดๆ
ตอนแรกคาดค่าคิวจะต้องยาวเหยียดเป็นงูเลื้อยแน่ๆ
แต่ผิดคาดค่ะ มาถึงเดินเข้าไปเชคอินเลย ราวกับว่ามา First class >//<
ด้วยความสงสัยเลยกระแอมถามคุณพี่พนักงานคนสวยไป
“พี่คะๆ เค้าเชคอินกันหมดแล้วเหรอคะ”
คุณพี่ยิ้มให้ แล้วตอบเสียงเรียบๆ
“ค่ะ เหลืออีกแค่ 4 คน”
อู๊ยยยยยยยยย นึกว่าจะได้ปิดท้ายเครื่องซะอี๊กกกกกกกก


ปล.กล้องตัวเล็กถ่ายรูปในที่ร่มบ่ค่อยได้ ขออภัยถ้ามันจะเบลอๆไปบ้าง

หลังจากที่เชคอินเสร็จ ก็จะได้บอร์ดดิ้งพาส หรือตั๋วเครื่องบิน มาทั้งหมด 2 ชุดด้วยกัน
เพราะว่าเราจะไปเปลี่ยนเครื่องกันที่กัวลาลัมเปอร์กันไงคะ
ก่อนจะรับบอร์ดดิ้งพาสมา ก็ไม่ลืมที่จะย้ำกับคุณพี่พนักงาน
อย่างที่พ่ออุตส่าห์โทรมาจากอินเดียย้ำอีก 5 รอบก่อนมาถึงสนามบิน
“เชคทรูไปนาริตะนะคะ”
พนักงานเงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็ยิ้มให้ พร้อมหยิบสติ๊กเกอร์รับกระเป๋ามาโชว์ให้ดู
นี่นะคะ รับกระเป๋าที่สนามบินนาริตะ
พอได้ยินอย่างนั้นก็สบายใจ….. “พ่อคะ หนูทำตามคำสั่งแล้วนะคะ >////<”

เอาล่ะ แล้วเราก็ไปมาเลเซียกันดีกว่า ,, ประสานทรีน ลุ่ย!!!!!!

.

.

บนเครื่องกรุงเทพ-กัวลาลัมเปอร์ ใช้เวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมงค่ะ
มีอาหารให้ 1 มื้อ ตามช่วงเวลาอาหารเย็น
ก็เป็นข้าวผัดกับไก่ราดพริก(มั๊ง) เย็นๆจืดๆ = =’ แต่ก็พอกินได้แหละ เพราะมันก็เป็นรสชาดแบบนอมอลๆ
แต่ชอบตรงของหวานเป็น Kit-Kat นี่ล่ะ ตั้งแต่นั่งเครื่องบินมา ไม่เคยได้ของหวานเป็นชอคโกแลต เลยปลื้ม 555+

วันนี้ไม่รู้วันซวยอะไร เครื่องดีเลย์ไป 1 ชั่วโมง ค่ะ
(สงสัยรอ 4 คนนั้นที่มาไม่ทัน =3=)
ตอนแรกก็ดีใจอยู่หรอก ว่าไม่เป็นไร ดีเลย์ที่นี่ ก็จะได้ทรานซิทที่กัวลาลัมเปอร์เร็วขึ้นหน่อย
แต่.. ฟ้าไม่เห็นใจเลยง่ะ เครื่องที่ไปนาริตะ ก็ดีเลย์ไปอีก 2 ชั่วโมง!!
โอ้พระเจ้า!!!!!!!!!!!!!
ถึงกัวลาลัมเปอร์ตอนสองทุ่ม เครื่องออกตีหนึ่งครึ่ง สิริเวลารอ… 5ชั่วโมงครึ่ง!!!!!
พระเจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!! T^T

ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ ที่เค้าขึ้นบอร์ดประกาศอยู่แทบจะทุกมุมในสนามบิน
ว่าเป็นสนามบินดีเด่นประจำปี บลาๆๆๆ (จำปีไม่ได้ อารมณ์เสียอยู่ 555)
ก็เรียกได้ว่าเค้าก็เวิร์คในระดับนึงเลยล่ะ (ถ้าไม่ติดว่า ติดแหงกอยู่ 5-6 ชม. ก็คงปลื้มกว่านี้)

อาคารผู้โดยสารที่นี่แบ่งออกเป็น 2 อาคารค่ะ ที่ขึ้นงวง กับ Duty free เชื่อมต่อกันด้วยรถรางไฟฟ้า
อาคารที่เป็น Duty free ของเค้าก็ดีหรอก ใหญ่โตแลดูไฮโซดี
มีแบรนด์ดังๆอยู่เหมือนกัน ไม่ค่อยต่างจากสุวรรณภูมิเท่าไหร่ แต่ว่าการจัดการพื้นที่เค้าแลดูใหญ่โตโก้หรูกว่านิดนึง


Photobucket

Photobucket

Photobucket
สถานีรถรางไฟฟ้าระหว่างอาคารของเค้า

แต่ที่แอบประทับใจคือ ที่อาคารหลักของสนามบิน เค้าแอบมีของเล่นไว้แก้เบื่อให้ผู้โดยสารด้วย
เป็น Jungle walk ค่ะ คล้ายๆสะพานที่ออกไปนอกตัวอาคาร ได้สัมผัสอากาศจริง ต้นไม้จริง
มีน้ำตก มีต้นไม้หลายๆพันธ์ให้เดินดู มีเสียงนกร้อง ก็เพลินดีเหมือนกันนะคะ ^^
ทำทางเข้าทางออกซะเหมือนกับเวลาเราไปดูกรงนกใหญ่ยังไงยังงั้น ><

Photobucket
หารูปสวนเฉยๆไม่มี เลยเอารูปติดนายแบบมาลงละกันนะ 555+

.

.

ความทรมานอย่างนึงตอนที่ติดอยู่ที่มาเล
คือ…. ไม่มีเงินมาเลเลยแม้แต่ริงกิตเดียว (เค้าเรียกเป็นริงกิตใช่ป่ะ = =’)
ตอนนั้นพกเงินไปเป็นแสน แต่จะซื้อน้ำกินซักแก้ว ก็ไม่สามารถซื้อได้
ทรมานโฮกกกกกกกกกกกก!!!

พยายามเดินหาน้ำที่ร้านขนม แต่มันก็มีแต่ขนม
พวกคาเฟ่ ซื้อน้ำ 10 บาท เค้าก็ไม่รับบัตรเครดิท = =’
พระเจ้าจอร์จ มันยอดแย่!!

กว่าจะเจอก๊อกน้ำดื่มที่หน้าห้องน้ำ เวลาก็ผ่านไปแล้ว 3 ชั่วโมง
เป็นก๊อกที่ยิงเข้าปากเหมือนที่เห็นตามริมฟุตบาตนั่นแหละ
แต่ขอบอกว่า ไม่ได้ดัดจริต แต่ลูลิกินแบบนั้นไม่เป็นนะ T^T

แล้วที่ตลกกว่านั้นคือ…
ระหว่างที่เงอะๆงะๆ รอจังหวะจะงับน้ำ อิตู้ข้างๆมันก็กดน้ำกิน
น้ำมันมาจากท่อเดียวกันค่ะ พอโดนเปิดอีกหัว มันก็เลยแรงลดลง
น้ำที่โค้งเป็นโปรเจคไทล์อย่างสวยงามในตอนแรก ก็เหี่ยวลงถนัดตา
ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ลูลิตัดสินใจงับน้ำตรงหน้า
งั่บ!! ได้อากาศมาเต็มๆ O[]O’
น้อง 2 คนที่ยืนดูอยู่ถึงกับปล่อยก๊าก แงงงงงงงงง T^T ก็คนมันไม่เคยนี่หว่า!!

Photobucket
ร้านขนมที่นี่มีเยอะมากๆ ของกินเพียบ ละลานตาไปหมด
จริงๆก็อยากกินนิดเดียวอะ เพราะมันหิว…
แต่ไม่สามารถซื้อน้อยๆได้ เลยต้องซื้อทีเยอะๆ แล้วก็รูดการ์ดเอา เชอะ!!

.

.

ด้วยความที่อยู่ที่นี่ตั้งเกือบ 6 ชั่วโมง เลยมีเวลาเดินตรวจดูทุกซอกทุกมุมของอาคารผู้โดยสารล่ะค่ะ
ที่นี่แลดูเอาใจผู้โดยสารมากเหมือนกันค่ะ มากจนแอบสงสัยว่า
“ตั้งใจจะให้มาติดแหงกแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ม๊ายยยยยยยยยยย!!!”
รู้แหละว่าไม่ใช่ แต่มันอารมณ์เสียอ้ะ!! T^T

ลองดูสิ่งอำนวยความสะดวกเค้าสิคะ
มีที่ชาร์ตแบตมือถือให้ชาร์ตฟรี (เท่ห์ต่างจากตู้ชาร์ตที่สุวรรณภูมิที่มีแต่ตู้ ปลั๊กไม่ได้เสียบเหลือหลาย = =)
มี Wi-Fi ให้เล่นฟรี (จำกัดที่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น)
มีคอมพร้อมเน็ตให้ (แต่เข้าเวปอะไรไม่ได้ซักอย่างยกเว้นเชคเมลล์กับดูสภาพอากาศ -*-)
มีเก้าอี้ที่คิดถึงผู้ใช้งานที่ต้องรอนาน (อย่างเรา) ด้วยการมีที่รองขายื่นออกมาให้จากเก้าอี้ด้วย

Photobucket
ที่ชาร์ตมือถือฟรี.. กดเปิดฝาตู้แล้วเอาแบตใส่เข้าไป (ใส่แต่แบต)
แล้วก็ตั้งรหัสปิด (ไม่ให้คนอื่นมาเอาแบตเราไปได้)
แล้วมันก็จะชาร์ตให้ 20 นาทีกลับมาเอา โอ้แบตเต็มแว้วววววว

Photobucket
มีคอมพร้อมเน็ต คาดว่าอภินันทนาการจากซัมซุง เพราะว่าเห็นมีโทสับรุ่นใหม่วางโฆษณาอยู่ข้างๆด้วย
เห็นคอมแล้วอยากกรี๊ดพุ่งเข้าใส่ แต่พอกดปุ๊บ
เฟสบุค….เข้าไม่ได้ ,, ทวิตเตอร์….เข้าไม่ได้ ,, MSN…. เข้าไม่ได้ ,,
ซีบ๊อกใน whatsubb…. เข้าไม่ได้!!
ฮ่วยยยยยยยยยยยยยยยย!!! แค่อยากจะติดต่อกับเพื่อนทำไมมันยากอย่างนี้!!
ดูเหมือนว่าอะไรที่จะเล่นแล้วนาน เค้าก็จะบลอคหมด
เหมือนมีเอาไว้ให้เมลล์หาครอบครัวเท่านั้นไรงี๊ = =’
เซ็งเป็ด!!

Photobucket
เก้าอี้ใส่ใจ.. แอบตั้งชื่อให้ว่างั้น เพราะว่าทรวดทรงของเก้าอี้บ่งบอกเลยว่า
คิดถึงผู้โดยสารที่จะต้องมารอนานนนนนนนนนนนน!!! (เน้นเข้าไป)
นั่งไม่สบายหรอก เพราะขามันเลย (ขนาดอิชั้นขาสั้นแค่นี้ = =’)
ไปนั่งม้านั่งยาวแล้วนอนยาวแบบไม่แคร์สื่อ สบายกว่า

.

.

6 ชั่งโมงผ่านไป ก็ได้ขึ้นเครื่องซักที
กัวลาลัมเปอร์-นาริตะ ได้นั่งเครื่องบินเครื่องใหญ่ มีจอทีวีส่วนตัวให้ทุกที่นั่ง
เล่นเกมกับคนข้างๆได้ด้วย
แต่….ไม่ไหวแหล่ววววว
ถ้าไม่นอนตอนนั้น พรุ่งนี้ไปเที่ยวไม่ไหวแหงแซะ = =’
แต่ไม่ต้องกล่อมค่ะ เครื่องยังไม่ทันขึ้น ก็หลับคร่อก หมดท่า!!

หลับได้ไม่นาน ก็มีเสียงคร๊องแคร๊งๆ มากระตุ้นโสตประสาท
นั่นก็คือเสียงคุณแอร์มาแจกแซนวิชมื้อดึกนั่นเอง
แจกกันทั้งที่มืดๆงี๊หละ เพราะไม่อยากรบกวนเวลานอนของผู้โดยสาร
อิชั้นไม่หิวหรอกค่ะ แต่ว่าตะกละ!!
ก็เลยผงกหัวขึ้นมารับ (ไม่ลืมรับให้น้องด้วย 555+) แล้วก็หลับไปอย่างไม่ได้กิน (รับทำไม -*-)
ตื่นมาอีกที ก็เป็นอาหารเช้า ซึ่งก็เป็นสัญญาณว่า อีกประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็จะได้เหยียบแผ่นดินญี่ปุ่นแล้วล่ะ!!

Photobucket
มื้อดึก ดึกจริงๆ มืดเชียว = =”

Photobucket

มื้อเช้าบนเครื่องบิน ไม่เคยกินได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไหนก็ตาม = =

“อีกประมาณ 30 นาที เราจะพาท่านลงสู่ท่าอากาศยานนาริตะครับ”
เสียงแหบๆของกัปตันว่ามาเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงมาเลเซีย (นี่ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าพูดอะไร ไม่รู้เรื่องชัวร์ = =’)
เหล่าแอร์ในชุดพื้นเมืองของมาเลเซียก็เดินแจกใบตรวจคนเข้าเมืองกันอีกรอบ
มาถึงก็ “… $)_(%$#+_#$….  เดสก๊ะ?”
ไอ้เราก็ได้แต่ยิ้มแหยๆตอบรับไป พร้อมกับชูใบในมือแทนคำตอบ

ตรงที่ลูลินั่ง เป็นโซนชาวญี่ปุ่นค่ะ แล้วไฟลท์นี้ก็บินร่วมกับ ANA
เพราะฉะนั้น ก็เลยมีแอร์ญี่ปุ่น ใส่ชุดแอร์มาเลย์เต็มไปหมด
คนไหนมองๆแล้วเป็นคนมาเลย์ก็พูดอังกิดใส่ คนไหนมองๆแล้วน่าจะเจแปนนิสก็รัวใส่ไม่ยั้ง
อืม… น่าดีใจนิดนึง ที่เค้ายังคิดว่าหน้าตาเราเหมือนญี่ปุ่นมากกว่ามาเล 55555+

ที่คุณแอร์ถามเมื่อกี๊ก็คือ “มีใบตรวจคนเข้าเมือง และใบแจ้งศุลกากรแล้วรึยังคะ” นั่นเอง
และนี่ก็คือหน้าตาของเอกสารที่จะต้องใช้ในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

Photobucket

Photobucket

.

.

เอาล่ะ ในที่สุดก็หลุดออกมาจากเครื่องบินอันแสนอุดอู้ มาเหยียบลงบนแผ่นดินเจแปนที่แสนคิดถึงแล้ว!!
สนามบินนาริตะ ก็มีหลาย Termimal แล้วก็เชื่อมต่อกันด้วยรถรางไฟฟ้าเช่นเดียวกันค่ะ
จุดแรกที่หายใจเฮือกใหญ่กับอากาศดินแดนอาทิตย์อุทัย ขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย ^^
พรีเซนเตอร์เพิ่งตื่นนอนนะคะ ยังไม่ได้แต่งหน้า ไม่ว่ากันนะ 5555+

Photobucket

Photobucket
มีปุ่มเรียกรถไฟฟ้าด้วย เหมือนลิฟท์เลย

Photobucket
พอดีได้นั่งตู้สุดท้าย เลยได้เห็นรถอีกคันที่แล่นสวนไปด้วย

ต่อจากนั้นก็เป็นการผ่าน ตม.
ยื่นเอกสารที่เขียนบนเครื่องบินเมื่อกี๊ให้ที่เคาท์เตอร์
เค้าก็จะถ่ายรูป แล้วก็ปั๊มลายนิ้วมือของเรา
แต่ที่ทำเอาเราตื่นเต้นชะมัด ก็คือ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด พอมันอ่านพาสปอร์ตเราว่าเราเป็นคนไทย
คำสั่งที่จอคอมพิวเตอร์ ก็กลายเป็นภาษาไทยให้
อุ๊ยยยย ปลื้มมมมมมมมมมมมมมม!!!!!

แอบเล่า ::
เป็นปกติของคนที่ขี้เกียจรอคิว ที่เวลาลงจากเครื่องจะต้องรีบดิ่งไปที่ตม.ให้ได้เร็วที่สุด
ลูลิก็ไปอย่างไวเลยค่ะ แต่ก็ต้องไปติดระบบตรวจความเรียบร้อยของเค้า
ก่อนจะเข้าไปในคิว เค้าจะมีพนักงานคอยตรวจให้ก่อนว่าเอกสารเซ็นครบมั๊ย กรอกครบมั๊ย
ต้องให้พร้อมจริงๆถึงจะปล่อยไปเข้าคิวค่ะ
เพราะฉะนั้น กรอกให้กันได้ แต่อย่าลืมให้เซ็นให้เรียบร้อยก่อนถึงตม.นะคะ ^^

ผ่านตม.มาได้อย่างเริงร่า (แต่หน้าโทรมสุดๆ)
ก็เดินลงมาชั้นล่างมาเอากระเป๋า
แล้วก็ควักกล้องมาถ่ายรูปอีกซักแชะ
ก่อนที่จะมีพนักงานเดินมาสะกิด “NO PHOTO HERE” แล้วก็ชี้ไปที่เครื่องหมายห้ามถ่ายรูป
อุ๊ยตายไม่ทันมอง (ยังไม่ได้แคะขี้ตาอะค่ะ ><)
ขอโทษทีนะคะ แต่ถ่ายมาแล้วล่ะ ช่วยไม่ได้ล่ะนะ 55555+

Photobucket
ขอให้ดูกระเป๋า สาบ๊านนนนสาบาย ว่าแบคแพค!!!!!!!

เดี๋วขอตัวไปล้างหน้าแปรงฟันซักหน่อย (เหม็นมาทั้งคืน)
แล้วเด๋วออกไปเที่ยวกันต่อน๊าาาาาาา….. ♥

To be continue….

 

3 Responses to “► Nippon’10 Day01 :: การเดินทางที่แสนยาวไกล”

  1. tori_gai@hotmail.com Says:

    อ่ะ น่าตื่นเต้นอ่ะครับ
    ขอบคุณครับ…

  2. Anonymous Says:

    อ่านแล้วเหมือนได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆ เลยครับ

  3. Anonymous Says:

    อ่านต่อไปยังงัยอ่าะค่ะ…


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s