Follow my soul ,, ♥

เขียนไปเท่าที่ใจอยาก

► สุดแรงเค้น,, กว่าจะออกมาเป็น SOP (Statement of purpose) July 13, 2010

,, SOP นั้นสำคัญไฉน….?
ทำไมใครๆก็มีปัญหากับ SOP? ทำไมถึงใช้เวลาน๊านนานในการเขียน?
ทำไมต้องเขียนให้ถูกเป๊ะๆด้วยล่ะ? เขียนดีแล้วไง? เขียนแย่แล้วไง? มีผลอะไรกับชีวิต..?
คำถามที่หลายๆคนสงสัย ลูลิเองก็สงสัย (แต่ก็ไม่ได้ใคร่จะหาคำตอบซักเท่าไหร่ 555+)

เอาเป็นว่า SOP ที่ย่อมาจากคำว่า Statement of purpose
แปลได้ตรงตัวเป๊ะๆค่ะ “คำกล่าวซึ่งแสดงถึงจุดประสงค์ของเรา”
กระดาษแผ่นเดียวแผ่นนี้ เป็นคล้ายๆกับการแนะนำตัวเราต่อมหาวิทยาลัยค่ะ
เพราะเค้าไม่รู้จักเรา แต่ทำเป็นต้องทำความรู้จัก
ไอ้ครั้นจะมานั่งคุยกับผู้สมัครทีละคนนั่นก็ไม่ใช่เรื่อง ใช่มั๊ยล่ะคะ
ก็เลยต้องใช้วิธีเขียนเล่าสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่อยู่ในใจเรา เอาไปให้เค้าอ่านแบบนี้
(“เค้า” ในที่นี้ หมายถึงผู้มีอำนาจในการรับเราเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเชียวนะคะ)

ในบางมหาวิทยาลัยจะกำหนดหัวข้อ หรือคำถามมาให้ เราก็มีหน้าที่เขียนตอบไปในหัวข้อนั้นๆ
(มันคือการป้องกันการก๊อบปี้ส่งหลายๆมหาลัยใช่มั๊ยนั่น = =’)
ส่วนบางมหาวิทยาลัยก็จะไม่ได้กำหนดอะไรมา อยากเขียนอะไรก็เขียนไปเถอะ!!
ซึ่งหลายต่อหลายคนค่อนข้างที่จะเครียดกับ SOP อยู่พอสมควร
อาจจะเพราะว่าได้ฟังมาเยอะ ถึงความสำคัญของ SOP

ถ้าหากว่าจะเข้าต่อมหาวิทยาลัยชื่อดัง SOP ก็อาจจะต้องเขียนหรูเริ่ดซักหน่อยล่ะค่ะ
ก็อย่างที่บอก ว่ามันแสดงถึงตัวตนของเรา  มันแสดงออกว่าเราเป็นคนยังไง
มีทัศนคติกับวิชาที่จะเรียนยังไง เรียนจบแล้วจะเอาความรู้นี้ไปทำอะไรต่อไป
ถ้าหากว่าเค้ามองว่า เรา“ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ” จากการเขียนก็คงแย่

.

.

carlendar4

.

.

สำหรับลูลิ จริงๆก็ตั้งท่าจะเขียนมาตั้งนานแล้วล่ะนะ
แต่ก็ด้วยข้ออ้างที่ว่า “ไม่รู้จะเริ่มยังไง” มันทำให้ไม่เริ่มซักที
จนเหลือเวลาอีกเพียงน้อยนิด แบบว่าไฟลนตูดนั่นแหละค่ะ ถึงจะง้างนิ้วให้จับปากกาขึ้นมาเขียนได้

► เริ่มต้นลงมือร่างข้อมูลที่จำเป็น

จริงๆแล้วอย่างที่บอกว่า SOP มันก็คือการแสดงความเป็นตัวเรา
เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดอะไรมาก,,  ลงมือร่างได้เลยค่ะ ภาษาไทยก่อนนี่แหละ

ร่างออกมาก่อนว่า..
-เราเป็นคนยังไง
-มี Background มาแบบไหน (เอา resume มาวางประกอบด้วยก็ได้ค่ะ)
-มีความสนใจอะไรเป็นพิเศษ
-ประสบความสำเร็จอะไรมาบ้าง
-อยากไปเรียนเพราะอะไร
-มีการเตรียมตัวสำหรับเรียนสาขานี้ยังไงบ้าง
-ในอนาคตอยากจะทำอะไร
-จะใช้ความรู้ที่เรียนจากที่นี่ทำอะไร
-ทำไมถึงอยากจะเรียนที่นี่ (มีหลักสูตรพิสดารพันลึกที่ที่อื่นไม่มี อะไรก็ว่าไป~)

► จับข้อมูลมาแต่งเรียงความ

หลังจากที่ได้ข้อมูลของตัวเรา เค้นออกมาให้พอเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
ทีนี้ก็ต้องมานั่งคิดก่อนค่ะ ว่าเราจะเขียนยังไง

เริ่มแรกก็คือการจัดวางลำดับการเล่าเรื่อง…!!
แต่ไอ้ที่เล่าว่าเมื่อก่อนทำอะไร โตมาทำอะไร แล้วจะทำอะไรต่อไปในอนาคตน่ะ เชยไปแล้วนะคะ
มันก็เหมือนกับอ่านภาษาไทยนั่นล่ะค่ะ เล่าเรื่องเอื่อยเฉื่อย แล้วจะมีใครอยากติดตามตอนต่อไปล่ะ จริงมั๊ย?
ต้องหาอะไรที่มันเร้าใจกระตุ้นความสนใจของคนอ่าน ซึ่งเป็นคณะกรรมการบ้าง!!
เช่น.. พาดหัวแรงๆ (วิญญาณนักข่าวเข้าสิงในบัดดล)
“ฉันไม่เห็นด้วยกับการศึกษาในสมัยนี้” รับรองว่ากรรมการต้องสนใจอ่านต่อแหงมๆ (ยิ้มหวาน)

พอจบขั้นตอนนี้ เราก็จะได้ Outline คร่าวๆ พอให้มองเห็นภาพแล้ว
ขั้นตอนถัดไป ก็คือการลงรายละเอียดให้เห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้น

► หาส่วนขยายมาบรรยายรายลงลึกถึงรายละเอียด

การใส่ส่วนขยาย ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณคำให้ประโยคมันยาวๆนะคะ
ถ้าหากว่าเขียนแล้วมีแต่น้ำ กรรมการก็อาจจะขี้เกียจอ่านเช่นกัน -*-
เพราะฉะนั้น จำเอาไว้เลยว่า “ขอแต่เนื้อๆ ชัดๆ”

การอธิยายรายละเอียดเป็นวิธีนึงค่ะ ที่จะทำให้คนอ่าน เห็นภาพตามอย่างที่เราหวังจะให้เห็น
การมีตัวอย่างประกอบ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนอ่านวาดภาพตามได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

แล้วก็ต้องระลึกเอาไว้เสมอว่า อย่าพูดอะไรลอยๆ ต้องมีที่มาที่ไปเสมอ!!
อย่างเช่น “ฉันได้รับรางวัลเป่าขลุ่ยดีเด่น” แล้วจบ
กรรมการจะงงว่า “บอกทำไมวะ?”
การเขียน SOP ที่ดี จะต้องสามารถชี้ให้คนอ่านเข้าใจได้ว่า
ประสบการณ์ด้านนั้นๆของเรามีความหมายกับเรายังไง
เช่น “ฉันได้รับรางวัลเปล่าขลุ่ยดีเด่น ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าฉันมีความสามารถทางดนตรี
ซึ่งหากได้เข้าเรียนต่อในคณะที่มีความเพียบพร้อมจะทำให้ฉันสามารถพัฒนาศักยภาพที่มีให้ดีขึ้นไปอีกได้”
อะไรก็ว่ากันไป……..

► แปลภาษาเรา ให้เป็นภาษาเขา

ขั้นตอนสุดหินของปุถุชนคนไทยทั้งหลายทั้งมวลค่ะ
อันนี้ก็ต้องขึ้นกับความสามารถของแต่ละบุคคลแล้วนะคะ ^^*
แต่สิ่งที่อยากแนะนำก็คือ อย่าได้แปลตรงตัวเป๊ะๆ

ลูลิเองก็ประสบปัญหาแบบนี้มาเหมือนกัน
เวลาเราคิดภาษาไทย มันจะทำให้เรายึดติดโดยที่ไม่รู้ตัว คำขยายขาดไปตัวนึง
อุ๊ยไม่ได้อ่ะ นี่เราแปลแล้วความหมายไม่ครบรึเปล่า มันไม่ใช่ อ๊ายยย รับไม่ได้!!
อย่าปล่อยให้ตัวเองเป็นอย่างนั้นค่ะ
การแปลที่ดี ก็คือการเก็บใจความหลักเอาไว้ให้ครบ แต่ไม่จำเป็นต้องครบทุกตัวอักษร
“Very super ultra cute” ยังแปลไทยออกมาได้ว่า “โคตรน่ารัก” เฉยๆเลยชิมิ ^^

แปลเสร็จแล้วอย่าลืมอ่านทวนว่าความหมายมันได้อย่างที่เราต้องการจะสื่อรึเปล่าด้วยนะคะ

► หา Native speaker มาช่วยตรวจสอบ

ทำไมต้อง native speaker…? ก็เพราะว่าเค้าเป็นเจ้าของภาษาน่ะสิ!!
เค้าจะสามารถช่วยเราเชคได้ ไม่ใช่เรื่อง Grammar อย่างเดียว
แต่ว่าคำนึง มันแปลได้หลายความหมายใช่มั๊ยล่ะคะ
บางทีคนไทยพูดแบบนี้แปลว่าถูก แต่ฝรั่งเค้าไม่ใช่แบบนั้นก็มีค่ะ -*-

ตอนลูลิเขียนเสร็จ ก็เอาไปให้พ่อช่วยดูด้านความหมายก่อนเลยว่าเขียนประมาณนี้เสร่อมั๊ย
พอแก้กันไปรอบนึง ก็เอาไปให้ลูกน้องพ่อ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ด้านภาษาโดยตรงตรวจให้อีก
ผลปรากฎว่าโดนแก้ยับ………. = =’  (ขนาดมั่นใจนะเนี่ย T^T)
คุณอาบอกว่า “น้องเขียนสำนวนไท๊ยยยยย ไทยค่ะท่าน!!”
จ๋อยสิคะ!!

เอามาแก้แล้วก็รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
ก็เลยเอาไปให้อาจารย์ฝรั่งที่ Wall street เชคให้อีกที
(เพิ่งรู้สึกว่าเรียน Wall street ก็ดีตรงเนี๊ยะ 55555+)
ผมปรากฎว่าแก้ยับอะเกน!! -*-
สุดท้ายแล้วก็แก้ส่ง แก้ส่งอยู่อีก 3 รอบ
ซึ่งก็ยังต้องแก้ต่อไปเรื่อยๆไม่หยุดไม่ยั้ง ที่กระดาษจะมีโน๊ตติดเอาไว้เสมอว่า
“Turn it back again, If you like.”

ใจก็อยากจะแก้ไปเรื่อยๆเหมือนกันค่ะ
แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลา ที่มันล่วงเลยมานานแสนนานแล้ว
ก็เลยต้องตัดใจ “เอาวะ!! ต้องยื่นเรื่องแล้ว!!”

*ข้อควรระวัง* ในการให้คนอื่นเชค Essay ของเรา
คือเค้าอาจจะไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อไปซะทั้งหมด
เพราะครั้งหลังๆที่ให้อาจารย์ฝรั่งตรวจให้ เค้าแก้จนเรื่องมันเปลี่ยนไปจากที่เราตั้งใจไว้ตอนแรกมาก
ทางที่ดีต้องคอยอธิบายกับเค้าว่าเราอยากจะเขียนแบบนี้เพราะอะไร
ถ้าหากว่ามันผิด จะแก้ยังไงให้ถูก…
อย่าปล่อยตามน้ำให้เค้าแก้จนมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจะสื่อนะคะ ^^

► เก็บใส่ซอง แล้วออกลุย ^^

เสร็จเรียบร้อย ก็พิมพ์ จัดหน้าอย่างสวยงาม ปริ๊น แล้วก็เอามันไปรวมกับเอกสารอื่นๆรอยื่นได้เลยจ้า

.

.

ทีนี้ก็เสร็จไปอีก 1 เปาะ ต้องรีบไปยื่นเอกสารแล้วล่ะ
เพราะเขียน SOP แถมแก้ไปแก้มา กินเวลาเกิน Schedule มาเป็นอาทิตย์เลยเนี่ย T^T
เอาล่ะ พร้อมแล้ว……. ขอพลังจงอยู่คู่กับเรา ><!

End.

.

.

PS* สามารถ Search หาตัวอย่าง SOP ได้ใน google ค่ะ มีเพียบเลย รวมทั้งเทคนิกการเขียนด้วย
แต่ของลูลิ ขออนุญาตไม่เปิดเผยนะ เดี๋ยวจะมีคนบอกว่าไม่ได้ทำตามที่เขียนมาเลยซักข้อ!! 555+

 

6 Responses to “► สุดแรงเค้น,, กว่าจะออกมาเป็น SOP (Statement of purpose)”

  1. AloHa Says:

    อยากอ่านอ้ะ พี่สาววววว
    ขอหลังไมค์ XD

    ร่ายมาเปนเรียงความเลย เด๋วแก้วจะเซฟเก็บไว้
    เผื่อถึงตาตัวเองต้องเขียนบ้าง จะได้เขียนถูก อิอิ

  2. bEauno Says:

    ตกลงส่งไปแล้วเรอะ ดีนะเนี่ยที่โฐว์ไม่ต้องเขียน ฮ๋าๆๆๆ

    แต่ตอนเข้าต่อโทไม่แน่ แต่ไม่น่าจะต้องใช้ เหอเหอ

    เพราะเห็นหน้าค่าตากันมาแลวปีนึง เหอเหอ

  3. nant Says:

    สำนวนดีอะ ไปออกเป็นหนังสือได้เลยนะเนี่ยย

  4. mono Says:

    เหยยย มาเจอของเบลล์ซะง้าน

  5. Nice Says:

    ขอบคุณมากครับ ช่วยได้มากจริงๆ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s